Adobe Photoshop vs  Lightroom CC

 Adobe Photoshop vs  Lightroom CC

Adobe Photoshop vs  Lightroom CC เมื่อพูดถึงซอฟต์แวร์ด้านการแต่งภาพ ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่า Photoshop หรือ Lightroom นั้นดีกว่ากัน ตัวเลือกของคุณนั้นง่ายๆ ถ้าหากว่าคุณคือช่างภาพที่กำลังคิดอยู่ว่าจะลงทุนเวลาและเงินทองของคุณใน Adobe Lightroom CC หรือ Adobe Photoshop CC ดี คุณอาจจำเป็นต้องใช้แค่เพียง Lightroom CC เท่านั้น

Adobe Photoshop vs  Lightroom CC Lightroom CC ช่วยให้คุณทำงานได้ง่ายขึ้นและทำให้การแต่งภาพกลายเป็นเรื่องหมูๆ แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าคุณควรจะมองข้ามฟังก์ชันที่ครบถ้วนสมบูรณ์ต่างๆ ของ Photoshop ไปเสียสิ้น แต่ประเด็นสำคัญก็คือคุณอาจจะไม่จำเป็นต้องใช้งานทุกฟังชั่นที่มันมี

อ่านต่อเพื่อดูคำอธิบายเชิงลึกเกี่ยวกับฟังก์ชันต่างๆ และการใช้งาน Lightroom CC และ Photoshop ซึ่งมีอะไรมากมายที่คุณควรรู้


เมื่อไหร่ที่ควรใช้งาน Lightroom CC

ถ้าคุณต้องการตัวจัดการไฟล์ภาพดิจิตอลและโปรแกรมแต่งภาพที่สามารถประมวลผลไฟล์ภาพแบบ RAW แล้วล่ะก็ Lightroom CC นั้นเหมาะสำหรับคุณ มันเป็นแอปที่ใช้งานง่าย ดังนั้นผู้ใช้งานมือใหม่สามารถเรียนรู้เกี่ยวกับฟังก์ชันต่างๆ ของมันได้อย่างรวดเร็ว

Lightroom CC ช่วยให้คุณสามารถจัดการไฟล์จำนวนมากได้อย่างง่ายดายกว่าการใช้ชุดโปรแกรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการนำเข้า จัดเรียง จัดการ และค้นหารูปภาพของคุณ และบันทึกพวกมันลงในระบบคลาวด์เพื่อให้คุณสามารถเข้าถึงได้จากทุกที่ ซึ่งคุณสามารถเข้าถึงมันได้จากทุกที่จริงๆ เพราะว่าแอปนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการทำงานบนแพลตฟอร์มต่างๆ คุณจึงสามารถใช้งานมันได้ทั้งบนโทรศัพท์ แท็บเล็ต หรือเดสก์ท็อปของคุณ

เมื่อพูดถึงความสามารถในการตัดต่อ Lightroom CC มีคุณสมบัติทั่วไปในการแต่งภาพและการรีทัช โดยเฉพาะอย่างยิ่งมันจะไม่ทำให้ภาพออกมาดูแย่ลง แปลงไฟล์แบบ RAW จากกล้องของคุณ แก้ไข และส่งออกในรูปแบบไฟล์ JPG เมื่อคุณปิดไฟล์ แอปจะบันทึกพารามิเตอร์การควบคุมทั้งหมดเอาไว้ เพื่อให้คุณสามารถแก้ไขมันในครั้งต่อไปได้บนทุกอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับระบบคลาวด์

สรุปก็คือ คุณสามารถนำเข้าไฟล์ทั้งหมดลงในโปรเจ็กต์ ตั้งชื่อ และเปลี่ยนตำแหน่งพวกมัน เริ่มต้นแก้ไข ปิดแอป กลับมา และทำงานต่อจากตำแหน่งที่คุณได้ปิดไว้ เมื่อคุณทำเสร็จแล้ว แชร์รูปภาพของคุณในโซเชียลมีเดียและเว็บไซต์แกลอรีรูปภาพยอดนิยม


เมื่อไหร่ที่ไม่ควรใช้งาน Lightroom CC

ไม่ควรพึ่งพา Lightroom CC สำหรับงานดีไซน์ที่เกี่ยวข้องกับเลเยอร์ การมาสก์ การออกแบบตัวอักษร หรือการจัดองค์ประกอบ พูดง่ายๆ ก็คือทุกสิ่งทุกอย่างที่นอกเหนือไปจากการแต่งภาพ และการจัดการไฟล์และโปรเจ็กต์ภาพถ่ายของคุณ

จุดโฟกัสของ Lightroom CC นั้นอยู่ที่เวิร์กโฟลว์ การแก้ไข และการแชร์ภาพถ่าย ดังนั้นแอปจึงไม่มีเครื่องมือในการออกแบบและความสามารถแบบเดียวกับที่คุณพบได้ใน Photoshop ในขณะที่คุณแก้ไขรูปภาพ การเปลี่ยนแปลงจะมีผลกับทั้งภาพ แต่คุณก็สามารถรีทัชบางส่วนได้ด้วยเครื่องมือ Healing Brush และเลือกพื้นที่เฉพาะที่คุณต้องการแก้ไขได้โดยใช้เครื่องมือ Brush รูปภาพจะถูกบันทึกเป็นแบบเลเยอร์เดียวเสมอ

ถ้าคุณต้องการการแต่งภาพที่ละเอียดและซับซ้อน เช่น การแทนที่บางส่วนของภาพด้วยส่วนต่างๆ จากรูปภาพอื่น Lightroom CC นั้นไม่เหมาะสำหรับคุณ โดยปกติแล้วการแต่งภาพในรูปแบบดังกล่าวต้องมีการใช้งานมาร์กและเลเยอร์เพื่อสร้างไฟล์ที่มีขนาดใหญ่และมีความซับซ้อนขึ้นมา

นอกจากนี้ แอปยังไม่มีฟังชั่นที่เกี่ยวกับการออกแบบตัวอักษรหรือเลย์เอาต์ ดังนั้นหากคุณจำเป็นต้องสร้างรูปภาพขึ้นมาโดยเริ่มต้นจากศูนย์ หรือใช้ภาพถ่ายหลายรูปในงานดีไซน์ชิ้นเดียว หรือต้องเพิ่มข้อความลงไปในงานดีไซน์ คุณจะต้องจบลงที่การเลือกใช้งาน Photoshop แทน Lightroom


การเริ่มต้นใช้งาน Lightroom CC

ทิปส์แต่งรูป Photoshop Lightroom

เพื่อเริ่มต้นใช้งาน ให้เปิด Lightroom CC แล้วคลิก Add Photos เลือกแหล่งที่มาของคุณ เลือกภาพที่คุณต้องการนำเข้า จากนั้นให้คลิก Review For Import คุณสามารถสร้างโฟลเดอร์ใหม่สำหรับคอลเล็กชันนี้หรือเพิ่มมันลงไปในโฟลเดอร์ที่มีอยู่แล้วก็ได้ ขั้นตอนนี้จะช่วยให้คุณสามารถจัดระเบียบผลงานได้ตั้งแต่ตอนเริ่มต้นโปรเจกต์ของคุณ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับช่างภาพที่มีงานล้นมือ รวมไปถึงช่างภาพมือสมัครเล่นเช่นกัน และยังเป็นหนึ่งในคุณสมบัติเด่นของ Adobe Lightroom CC

ทิปส์แต่งรูป Photoshop Lightroom

แก้ไขรูปภาพโดยใช้พาแนล Edit ซึ่งคุณจะพบปุ่มควบคุมสำหรับ Cropping, Healing, Brush และ Gradients คลิกที่รูปภาพถัดไปเพื่อแก้ไขที่ด้านล่าง และเมื่อคุณทำเสร็จแล้ว คุณก็แค่ปิดแอปหรือกดปุ่ม Share ที่อยู่ด้านบนขวา การเปลี่ยนแปลงจะถูกบันทึกไว้ในระบบคลาวด์ในขณะที่คุณทำงาน และคุณจะพบไฟล์งานในโฟลเดอร์ที่คุณได้ตั้งค่าเอาไว้ในตอนเริ่มต้น


ทำความคุ้นเคยกับปุ่มควบคุมของ Lightroom CC

เนื่องจาก Lightroom CC เป็นแอปแต่งภาพ คุณจะพบปุ่มควบคุมขั้นพื้นฐานทั้งหมดและปุ่มควบคุมพิเศษบางปุ่ม เราได้เสนอฟังก์ชันเด่นในการแต่งภาพของ Lightroom CC เอาไว้ที่ด้านล่าง

ทิปส์แต่งรูป Photoshop Lightroom

ในส่วน Light คุณจะเห็นปุ่มควบคุมเพื่อการปรับแต่งแสงโดยทั่วไปของภาพ Exposure จะควบคุมความสว่างและความมืดของภาพในวงกว้าง ในขณะที่ Contrast จะควบคุมความแตกต่างระหว่างแสงและเงา Highlights, Shadows, Whites, และ Blacks จะควบคุมลักษณะที่ละเอียดมากยิ่งขึ้นของรูปภาพ

ทิปส์แต่งรูป Photoshop Lightroom

เมื่อใช้งานส่วน Color ให้เปลี่ยน Temp และ Tint เพื่อเปลี่ยนโทนสีของภาพ ขณะเดียวกัน Vibrance และ Saturation จะเปลี่ยนความเข้มของสีสันในรูปภาพ

ทิปส์แต่งรูป Photoshop Lightroom

ในส่วน Effects ให้เพิ่ม Clarity เพื่อเพิ่มความคมชัดของคอนทราสต์ระหว่างพิกเซล การเพิ่ม Dehaze สามารถเปลี่ยนท้องฟ้าเป็นกลายเป็นสีฟ้าสด หรือคุณสามารถสร้างเอฟเฟ็กต์ที่ดูน่าขนลุกได้โดยลดมันลง เพิ่มขอบสีเข้มด้วย Vignette และเพิ่มเม็ดเกรนให้พื้นผิวดูเหมือนภาพยนตร์ด้วย Grain

ทิปส์แต่งรูป Photoshop Lightroom

ในส่วน Detail ปรับภาพให้หายเบลอได้โดยเพิ่ม Sharpening สร้างเอฟเฟ็กต์ให้ภาพที่มีเม็ดเกรนหรือภาพที่มี ISO สูงดูเนียนขึ้นด้วย Noise Reduction ลดนอยซ์ในสีต่างๆ ด้วย Color Noise Reduction

ทิปส์แต่งรูป Photoshop Lightroom

ในส่วน Optics คุณสามารถคลิก Remove Surface Chromatic Aberration เพื่อลบโครงร่างสีม่วงหรือสีเขียวบนวัตถุบางชนิดได้ คลิก Enable Lens Corrections เพื่อค้นหาโปรไฟล์กล้องของคุณและบิดเบือนภาพโดยอัตโนมัติเพื่อให้รูปภาพดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น หรือปรับแต่งมันด้วยตัวคุณเองได้โดยใช้แถบเลื่อน Distortion Correction และ Lens Vignetting

ทิปส์แต่งรูป Photoshop Lightroom

ส่วน Geometry ประกอบไปด้วยวิธีต่างๆ ในการบิดเบือนรุปภาพของคุณ ซึ่งจะถูกบิดเบือนไปตามชนิดของเลนส์ มุมมองแปลกๆ หรือความผิดปกติอื่นๆ นอกจากนี้คุณยังสามารถเล่นสนุกกับส่วนนี้ได้เพื่อสร้างความบิดเบือนที่ดูสร้างสรรค์หรือดูตั้งใจ คลิกลูกศรที่อยู่ถัดไปจาก Upright เพื่อดูรายการของวิธีการยืดแบบทำด้วยตัวคุณเองหรือแบบอัตโนมัติ


เมื่อไหร่ที่ไม่ควรใช้งาน Photoshop

Adobe Photoshop vs  Lightroom CC หากคุณกำลังต้องการแค่การแก้ไขรูปภาพเพียงอย่างเดียว การเรียนรู้วิธีการใช้งาน Photoshop ให้มีประสิทธิภาพนั้นอาจทำให้คุณเสียเวลาไปอย่างไร้ประโยชน์ เพราะในขณะที่โปรแกรมนั้นมีฟังก์ชันแบบเดียวกันกับ Lightroom CC แต่ในส่วนของทำงานกับไฟล์แบบ Camera Raw มันกลับไม่มีระบบการจัดการไฟล์หรือเวิร์กโฟลว์ที่ใช้งานง่ายแต่อย่างใด

ถึงแม้จะดูเหมือนว่า Photoshop สามารถทำได้ทุกอย่าง (และถ้าเรากำลังพูดถึงภาพแรสเตอร์ มันสามารถทำได้จริงๆ) คุณไม่จำเป็นต้องใช้งานมันหากคุณกำลังทำงานกับเวิร์กโฟลว์ของภาพถ่ายและขั้นตอนการแต่งภาพอย่างง่ายๆ ในการประมวลผลภาพแบบ RAW คุณจำเป็นต้องเข้าถึง Adobe Camera Raw Filter ซึ่งในส่วนนี้ Photoshop มีความสามารถคล้ายคลึงกับ Lightroom CC แต่คุณจำเป็นต้องออกจากโปรแกรมเพื่อเข้าใช้งานมัน (แม้ว่าทางเทคนิคแล้วคุณยังอยู่ “ในโปรแกรม” แต่ Photoshop จะเปิดใช้งานโปรแกรมในหน้าต่างแยกต่างหาก)

ดูที่ด้านล่างเพื่อดูความคล้ายคลึงกันระหว่าง Camera Raw ใน Photoshop เทียบกับ Lightroom CC

ทิปส์แต่งรูป Photoshop Lightroom

คุณสามารถเห็นได้ว่า Camera Raw มีการทำงานที่เหมือนกัน แต่แค่มีรูปลักษณ์ที่แตกต่างกัน นอกจากนี้มันยังมีฟังก์ชันขั้นสูงเพิ่มเติม เช่น ฮิสโตแกรมและเมนูสำหรับการแก้ไขอื่นๆ Camera Raw ยังทำงานร่วมกับไฟล์ JPG ดังนั้นมันจึงไม่ถูกจำกัดอยู่กับการต้องนำเข้ารูปภาพทั้งหมดในรูปแบบ RAW

ถึงแม้ว่า Camera Raw จะให้การทำงานที่เหมือนกันระหว่าง Photoshop กับ Lightroom แต่คุณจะไม่ได้รับฟังก์ชันเวิร์คโฟลวของ Lightroom CC คุณสามารถใช้ Bridge ซึ่งเป็นแอปจัดการไฟล์ของ Adobe แต่มันก็เป็นแอปที่แยกออกมาต่างหากและไม่ใช่คุณลักษณะเด่นอะไร

สุดท้ายแล้ว ถ้าคุณกำลังมองหาโซลูชันในการแต่งภาพและการจัดการภาพที่มีความคล่องตัวและมีความโดดเด่น Photoshop อาจจะเกินความจำเป็นของคุณ คุณอาจต้องใช้งานมันในอนาคตสำหรับการแต่งภาพที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น แต่มันไม่ใช่แอปที่คล่องตัวและใช้งานง่ายอย่าง Lightroom CC


วิธีเริ่มต้นการจัดเรียงและการแก้ไขภาพ RAW ใน Photoshop

Adobe Photoshop vs  Lightroom CC เลือกไฟล์ RAW หนึ่งไฟล์ขึ้นไป ลากพวกมันไปยัง Photoshop และ Camera Raw จะเปิดขึ้นมาโดยอัตโนมัติและแสดงไฟล์ทางด้านซ้าย

ทิปส์แต่งรูป Photoshop Lightroom

ถ้าคุณต้องการใช้ Camera Raw เพื่อแก้ไขไฟล์ JPG แค่เพียงเปิดไฟล์ใน Photoshop จากนั้นไปที่ Filter > Camera Raw Filter ในเมนูหลัก หรือกด Command + Shift + A)

คุณสามารถนำเข้า แก้ไข และจัดเรียงภาพโดยการเลื่อนผ่านรายการทางด้านซ้ายของหน้าต่าง ใช้ปุ่มลูกศรเพื่อเลือกทีละรายการ และกดลบรายการที่คุณไม่ต้องการเก็บมันเอาไว้ ซึ่งจะถูกทำเครื่องหมายด้วยกากบาทสีแดง

ทำการแก้ไขของคุณโดยคลิกที่ส่วนใดส่วนหนึ่งที่ด้านล่างของฮิสโตแกรมและปรับแถบเลื่อน เมื่อทำเสร็จแล้ว คุณสามารถเลือกที่จะเปิดไฟล์ใน Photoshop เพื่อทำงานต่อไป หรือแค่คลิก Done เพื่อสิ้นสุดงาน

เมื่อคลิก “Done” Camera Raw จะบันทึกรูปภาพที่ถูกแก้ไข และย้ายรูปภาพที่คุณลบไปไว้ในถังขยะ หากคุณเลือกที่จะเปิดรูปภาพใน Photoshop คุณสามารถแปลงไฟล์เหล่านี้ไปเป็นไฟล์ JPG หรือไฟล์ประเภทอื่นๆ ได้


สรุป: ถ้าคุณยังคงลังเลอยู่ว่าจะใช้งาน Photoshop หรือ Lightroom ดี นี่คือคำตอบสุดท้าย

Adobe Photoshop vs  Lightroom CC Lightroom CC เป็นแอปเวิร์กโฟลว์การถ่ายภาพที่ใช้งานง่ายและคล่องตัว นำเข้า จัดการไฟล์ แก้ไข และแชร์ไฟล์ทั้งหมดของคุณภายในแอปเดียว คุณสามารถเรียนรู้วิธีใช้งานได้ภายในเวลาแป๊บเดียว และเริ่มลงมือทำงานได้อย่างง่ายดาย ส่วนควบคุมของผู้ใช้นั้นเรียบง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ แต่สิ่งสำคัญก็คือมันมีประสิทธิภาพสูง

Photoshop เป็นโปรแกรมจัดการรูปภาพดิจิทัลขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถทำได้ทุกอย่างตั้งแต่การประมวลผลรูปภาพไปจนถึงการออกแบบ โปรแกรมใช้เลเยอร์และมาสก์ในการจัดการรูปภาพ นอกจากนี้มันยังเป็นโปรแกรมแก้ไขภาพพิกเซลแบบแรสเตอร์สำหรับภาพประกอบดิจิทัล การออกแบบเว็บ การออกแบบตัวอักษร และ WYSIWYG ดังนั้นเวลาที่ต้องเสียไปเพื่อเรียนรู้การใช้งานนั้นยาวนาน และอาจจะไม่จำเป็น

หากคุณไม่จำเป็นต้องใช้ฟังก์ชันการทำงานอย่างเต็มรูปแบบของ Photoshop และต้องการแค่ควบคุมการรับแสง การครอบตัด และการจัดเก็บไฟล์แบบเรียบง่าย คุณจะพบว่า Lightroom CC นั้นเหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ